ค้นหาคำศัพท์

ค้นหาด้วย Keyword



หมวดอักษร คำศัพท์ คำอ่าน ภาษาต้นตอ คำสะกด
C Counterpoint แค้วนเทอรพอยท (อังกฤษ) เคาน์เทอร์พอยต์
คำอธิบาย

ทำนองสัมพันธ์

ลีลาสอดประสาน

เทคนิคการรวมเอาทำนอง 2 ทำนองหรือมากกว่ามารวมบรรเลงเป็นเพลงเดียวกันทำนองหนึ่งเป็น“ทำนองหลัก” เรียกว่า Cantus firmus (แคนตุสฟีร์มุส) แล้วประพันธ์ทำนองอื่นอาจเป็น 1 หรือหลายทำนองมาบรรเลงเป็นลีลาสอดประสานเรียก “ทำนองสอดประสาน” ว่า  Contrapunctus(คันเทรอปุงค์ตุส)

หมวดอักษร คำศัพท์ คำอ่าน ภาษาต้นตอ คำสะกด
O Orchestra for Dance or Popular music (อังกฤษ)
คำอธิบาย

วงออร์เคสตราสำหรับบรรเลงเพลงเต้นรำหรือ

บรรเลงเพลงป็อปปิวลาร์

ใช้เครื่องดนตรีจาก 4 สกุลเช่นกันแต่รวมทั้งวงไม่เกิน 24  ชิ้น ประกอบด้วยไวโอลิน วีโอ๊ลา           วีโอลอนเชลโล ดับเบิลเบส ฟลู้ต คลาริเน็ต แซกโซโฟน ทรัมเป็ต ทรอมโบน  เปียโน และเครื่องกระทบตามความเหมาะสม

วงออร์เคสตราทุกขนาดต้องมีวาทยกร(Conductor) เป็นผู้อำนวยเพลงอยู่หน้าวง

Orchestral musicอ๊อรเคสเตริล มิ้วสิก)

สังคีตนิพนธ์สำหรับวงดุริยางค์

Orchestral scoreอ๊อรเคสเตริล สก๊อร

Conductor scoreคอนดั๊กเทอร สก๊อร

Full scoreฟูล สก๊อร (อังกฤษ)

ทั้ง 3 คำนี้มีความหมายอย่างเดียวกัน

ราชบัณฑิตยสถานบัญญัติคำเรียกว่า “สังคีตเลขาบริบูรณ์”

หมายถึงโน้ตรวมสำหรับวาทยกรใช้อำนวยเพลงโดยเอาโน้ตของเครื่องดนตรีทุกชิ้นในวงมาบันทึกรวมกันไว้อย่างครบถ้วนในหน้ากระดาษหน้าเดียวกัน  ถ้าบทสังคีตนิพนธ์มีความยาวมากกว่า 1 หน้าก็ให้บันทึกโน้ตในลักษณะเดียวกันในหน้าถัดๆไปและวาทยกรก็ต้องพลิกหน้าโน้ตตามการบรรเลง

     โน้ตรวมสำหรับวาทยกรแบบสมัยปัจจุบันบันทึกเรียงลำดับเครื่องดนตรีจากบรรทัดบนลงไปหาบรรทัดล่างของหน้ากระดาษโน้ตหน้าเดียวกัน  ดังนี้:

     บรรทัดที่ 1 กลุ่มเครื่องลมไม้

     บรรทัดที่ 2 กลุ่มเครื่องทองเหลือง

     บรรทัดที่ 3 กลุ่มเครื่องกระทบ

     บรรทัดที่ 4 ฮาร์ปและเครื่องคีย์บอร์ด

  บรรทัดที่ 5 เครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลงเดี่ยว (เมื่อ

บรรเลงสังคีตนิพนธ์คอนแชร์โต)

     บรรทัดที่ 6 กลุ่มนักร้อง

     บรรทัดที่ 7 ไวโอลินแนวที่ 1 และแนวที่ 2

     บรรทัดที่ 8  วีโอ๊ลา

     บรรทัดที่ 9  วีโอลอนเชลโลและดับเบิลเบส

หมวดอักษร คำศัพท์ คำอ่าน ภาษาต้นตอ คำสะกด
R Refrain รีเฟร้น (อังกฤษ) รีเฟร้น
คำอธิบาย

สร้อยเพลงท่อนลูกคู่

ท่อนเพลงท่อน B  ที่เป็นส่วนของสังคีตลักษณ์แบบ 2  ท่อน คือ “A B” เรียกท่อน A ว่าท่อนเวิร์ส (Verse) และเรียกท่อน B ว่าท่อนรีเฟรน (Refrain)ท่อนเวิร์สมักใช้ขับร้องเดี่ยว และท่อนรีเฟรนต้องใช้ขับร้องหมู่แบบประสานเสียงจึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าท่อนคอเริส (Chorus)  ในบทเพลงหนึ่งๆอาจใช้ทั้งสองท่อนซ้ำหลายหน “ท่อนเวิร์ส” เป็นท่อนดำเนินเนื้อเรื่อง คือบทร้องของท่อนเวิร์สจะเปลี่ยนทุกท่อน เพื่อบรรจุสาระของบทเพลงต่อเนื่องกันไปตามลำดับจนครบสาระที่ผู้นิพนธ์ต้องการโดยปรกติใช้ทำนองซ้ำ แต่อาจเปลี่ยนทำนองก็ได้ แต่ท่อนรีเฟรนต้องใช้ทำนองเดิมและบทร้องเดิมตลอด

     ความยาวมาตรฐานของท่อนเวิร์สและท่อน  รีเฟรนคือ 8 ห้อง หรือ 16 ห้องเท่ากัน แต่ผู้นิพนธ์อาจใช้ความยาวแตกต่างจากมาตรฐานก็ได้ ทั้งสองท่อนอาจใช้กุญแจเสียงเดียวกันหรือต่างกันก็ได้ แต่ถือว่ากุญแจเสียงของท่อนรีเฟรนเป็นกุญแจเสียงหลัก(Home key โฮมคีย์) การลงเคเดินซ์หรือจุดพักเพลงของทั้งสองท่อนอาจลงที่จุดพักเพลงที่แตกต่างกันก็ได้ แต่จุดพักเพลงของท่อนรีเฟรนต้องเป็นจุดพักเพลงแบบปิดสมบูรณ์ (Perfect authentic cadence เพ้อร์ฟิกต์ ออเท้นทิก เค้เดินซ์)