ค้นหาคำศัพท์

ค้นหาด้วย Keyword



หมวดอักษร คำศัพท์ คำอ่าน ภาษาต้นตอ คำสะกด
P Presto เปร๊สโต (อิตาเลียน) เปร๊สโต
คำอธิบาย

เร็วมาก

หมวดอักษร คำศัพท์ คำอ่าน ภาษาต้นตอ คำสะกด
A Anticipation แอนติซิเพ้เชิ่น อังกฤษ แอนติซิเพ้เชิ่น
คำอธิบาย
โน้ตล้ำ เสียงนอกคอร์ดที่ดังขึ้นในแนวทำนองก่อนที่จะเข้าสู่กลุ่มเสียงในคอร์ด
หมวดอักษร คำศัพท์ คำอ่าน ภาษาต้นตอ คำสะกด
B Ballad แบ๊ลเลิด อังกฤษ บัลลาด
คำอธิบาย
แปลโดยพยัญชนะว่าบทกวี กล่าวโดยนัยวรรณกรรม บัลลาดหมายถึงโคลงกลอนบทสั้นๆที่นิพนธ์ขึ้นเล่าเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ทั้งที่รู้ต้นตอและที่ไม่รู้ต้นตอของบท และ ถ้ากล่าวโดยกว้างๆ บัลลาดหมายถึงโคลงกลอนบทสั้นๆ หรือบทเพลงบทสั้นๆที่นำเอาโคลงกลอนมาบรรจุทำนอง โดยปรกติมีบุคลิกเป็นเพลงที่ให้อารมณ์อ่อนไหว ใช้ขับร้องเดี่ยวหรือขับร้องประสานเสียง พรรณนาเรื่องราวต่างๆ โดยมีแนวดนตรีแบบง่ายๆบรรเลงคลอ คำว่า Ballad มาจากคำว่า Ballata(แบลเลอทา) ในภาษาลาตินและภาษาอิตาเลียนที่มีรากศัพท์มาจากคำว่า Ballare(แบลแลร์)ซึ่งแปลว่า การเต้นรำ (To dance ทู แดนซ์) และคำศัพท์“แบลเลอทา” นี้ยังแตกออกไปเป็นคำว่า Ballade (เบอล้าด) และ Ballet (แบ๊เลต์) ด้วย จึงกล่าวได้ว่าบัลลาดพัฒนาขึ้นมาจากเพลงที่ใช้ขับร้องประกอบการเต้นรำบัลลาดที่นิพนธ์ขึ้นสำหรับใช้เครื่องดนตรีบรรเลงแทนเสียงคนขับร้องก็มีเหมือนกัน เช่น บัลลาดสำหรับใช้เปียโนและวงออร์เคสตราบรรเลงที่นิพนธ์ขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 19 โดย เฟรเดริค ฟร็องซัวโชแปง (Frederic Francios Chopin 1810 – 1849)สังคีตกวีชาวโปแลนด์ฟรานซ์ ลิสต์ (Franz Liszt 1811 – 1886) สังคีตกวีชาวฮังกาเรียน และโยฮันเนส บราห์มส(Johannes Brahms 1833 – 1897) สังคีตกวีชาวเยอรมัน เป็นต้น บัลลาดมี 4ประเภทใหญ่ๆคือ: 1. บัลลาดแบบดั้งเดิม(Tradional balladsเทรดิ๊ตชันเนิล แบ๊ลเลิดส) คือบัลลาดที่สืบทอดทั้งบทขับร้องและทำนองผ่านคนหลายรุ่นและหลายยุคสมัยแบบมุขปาฐะ (Orally อ๊อเริลลี)คือแบบปากต่อปาก จนกระทั่งนามผู้นิพนธ์และแหล่งกำเนิดถูกลืมเลือนและทั้งบทขับร้องและทำนองอาจผิดเพี้ยนไปจากต้นตอ ใช้ขับร้องเล่าเรื่องต่อหน้าผู้ฟังคล้ายกับการกล่าวปราศัยไม่ใช่แบบอ่านให้ฟัง มีเนื้อเรื่องเป็นมหากาพย์ (Epic เอ๊เป็ก) ที่นิพนธ์ขึ้นจากการสร้างเค้าโครงเรื่องขึ้นมา ไม่ใช่จากการพาดพิงถึงสุภาษิตหรือข้อเท็จจริง บัลลาดแบบดั้งเดิมมีคุณสมบัติเป็นบทเพลงแท้ ซึ่งโดยปรกติจะกระทัดรัด แต่ก็มีบทที่ยาวมากอยู่บ้าง เช่นบัลลาดเรื่องโรบินฮูดที่นิพนธ์ขึ้นในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 15 ซึ่งมีหลายตอน (Epesodesเอ๊พปิโสดส์)ใช้ขับร้องเล่าเรื่องประกอบการแสดงบทบาทท่าทางประกอบเรื่องของนักแสดงสังคีตลักษณ์หรือโครงสร้าง (Form ฟอร์ม) ของบัลลาดแบบดั้งเดิมไม่มีสูตรมาตรฐานตายตัว และต่างชาติต่างมีแบบรูป (Pattern แพ้ตเดิร์น) เป็นของตนเอง เช่น บัลลาดของชาวอังกฤษ ชาวสแกนดิเนเวียน ชาวเช้ก และชาวฮังกาเรียน ใช้โครงสร้างที่กำหนดจำนวนพยางค์ในวรรค (Stanzaicสแต๊นเซก) ของชาวสเปนใช้วรรคละ 8 พยางค์กำหนดจังหวะนับในแต่ละวรรค แต่ไม่กำหนดคำสัมผัส ของชาวบัลข่านและของชาวรัสเซียนไม่บังคับสัมผัสและไม่ใช้ทำนองซ้ำ ของชาวแดนนิชใช้บทละ 2 บรรทัดและ 4 บรรทัดพร้อมกับมีท่อนลูกคู่ (Refrain รี้เฟรน) เป็นต้น เนื้อหาของบัลลาดแบบดั้งเดิมมีหลากหลาย เช่นบัลลาดของชาวอังกฤษและชาวเดนนิช มักให้ตัวเอกในเรื่องเป็นขุนนาง ไม่ใช่กษัตริย์หรือชาวบ้าน และเนื้อเรื่องมักเกี่ยวกับวีรกรรมของการผจญภัย การสงคราม การต่อสู้ รวมถึงตำนานสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเรื่องจากนิยายระดับคลาสสิก ทำนองของบัลลาดแบบดั้งเดิมไม่มีทำนองตายตัว นักร้องต่างคนสามารถสร้างทำนองของตนสวมเข้ากับบทขับร้องบทเดียวกันได้ตามความถนัดเนื่องจากการถ่ายทอดและการรวบรวม บัลลาดสมัยแรกๆนั้น เน้นรวบรวมบทขับร้องมากกว่าทำนองเอกสารที่ใช้เผยแพร่และใช้สืบทอดจึงมีแต่ตัวอักษรเท่านั้น ยังไม่มีการบันทึกเป็นตัวโน้ตหรือเป็นเสียงขับร้องเพราะยังไม่มีเครื่องบันทึกเสียงจึงไม่มีทำนองต้นแบบนักวิชาการดนตรีคนแรกที่บุกเบิกงานรวบรวมและจัดพิมพ์บทขับร้องบัลลาดคือชาวอังกฤษ ชื่อวิลเลียม แชปเปิลล์(William Chappell 1809 –1888) เจ้าของสำนักพิมพ์หนังสือดนตรีและโรงงานทำเปียโนในลอนดอน รวบรวมและจัดพิมพ์ในช่วงปี ค.ศ. 1838 – 1840ภายหลังมาจึงมีอุตสาหกรรมการบันทึกเสียงการขับร้อง บัลลาดลงแผ่นเสียงเผยแพร่ 2. บัลลาดแบบบรอดไซด์ส หรือ แบบสตอลล์(Broadsides or stall ballads) เป็นบัลลาดที่เผยแพร่และสืบทอดด้วยการพิมพ์บทขับร้องลงบนกระดาษแผ่นเดี่ยวหน้ากว้างเพื่อจัดจำหน่ายแบบกึ่งวารสารสร้างสรรค์ขึ้นในสมัยที่สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบท ที่ 1 (Queen Alizabeth I, 1558 – 1603)แห่งประเทศอังกฤษทรงครองราชย์ บทขับร้องนิพนธ์ขึ้นสำหรับสามัญชนโดยนักปรัชญาชั้นครูหรือกวีรับจ้าง นำมาสวมทำนองเพลงที่ขับร้องโดยนักร้องอาชีพที่ได้รับความนิยมล้ว เนื้อหาในบทขับร้องมักเกี่ยวกับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ภายในประเทศและต่างประเทศ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม เรื่องอาชญากรรมและความวิบัติ และเรื่องประโลมโลกโดยทั่วไปมีคุณภาพต่ำ มีเนื้อหารุนแรง และไม่ค่อยมีสุนทรียรส จึงอยู่ได้ไม่ถาวร และนำมาจัดพิมพ์ได้จำนวนน้อย สำนักพิมพ์ที่จัดพิมพ์จำหน่ายมีเช่น สำนักพิมพ์ เดอะ เพอร์ซี โซไซ้เอตที (The Percy Society 1840 – 1853) สำนักพิมพ์ เดอะ บัลลาด โซไซ้เอตที (The Ballad Society 1868 – 1898) เป็นต้น 3. บัลลาดแบบวรรณกรรมและเลียนแบบลอกเลียน (Literary and Imitative Balladsลิ้ตเทอแรรี แอนด์ อิ๊มมิเททีฟ แบ๊ลเลิด) เป็นบัลลาดที่นำบทร้องจากบทกวีที่เป็นที่นิยมแพร่หลายทั่วไปแล้วมาแต่งแนวทำนองสวมบทขับร้องจึงไม่มีความผิดเพี้ยนจากฉบับต้นตอเลย จึงเรียกชื่อว่าเป็นบัลลาดแบบวรรณกรรม แต่ก็มีบางบทลอกเลียนบัลลาดแบบดั้งเดิมจึงเรียกว่าเป็นบัลลาดแบบลอกเลียน และบัลลาดประเภทนี้ยังมีชื่อเรียกอื่นๆอีกว่าบัลลาดศิลป์ (Art ballad อาร์ต บัลลาด) และบัลลาดวัฒนธรรม (Culture ballad คั้ลเชอร์ บัลลาด) เพราะผู้จำแนกประเภทเห็นว่ามีความเป็นศิลปะมากกว่าบัลลาดพื้นบ้าน (Folk ballad โฟล์ก บัลลาด) 4. บัลลาดอเมริกัน (American ballads อะเม้ริเคิน แบ๊ลเลิดส) เป็นบัลลาดที่นำกระบวนแบบเข้าสู่สังคมอเมริกันโดยกลุ่มชนที่อพยพเข้าไปตั้งถิ่นฐานในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเกาะอังกฤษ ประเทศฝรั่งเศส ประเทศเม็กซิโกและประเทศสเปน มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับอาชญากรรม เรื่องพวกนอกกฎหมาย เรื่องชิงรักหักสวาท เรื่องความรักที่หวนคืน เรื่องหญิงสาวที่ถูกทอดทิ้ง เรื่องฆาตกรรมและวินาศกรรมในท้องถิ่น เรื่องความรุนแรงในครอบครัว เป็นต้น แต่ก็มีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับความเป็นอเมริกัน เช่น ปรับเปลี่ยนสถานะของตัวละครในเรื่องจากผู้มีศักดินาให้เป็นชนชั้นสามัญ ปรับเปลี่ยนเรื่องลัทธิความเชื่อจากสิ่งเหนือธรรมชาติเป็นความเชื่อเรื่องศาสนาและวิทยาศาสตร์ ปรับเปลี่ยนการฟังจากคอนเสิร์ตเป็นฟังจากวิทยุและแผ่นเสียง ปรับเปลี่ยนแบบดั้งเดิมเป็นแบบเพลงพื้นบ้าน และปรับเปลี่ยนจากการขับร้องเดี่ยวเป็นขับร้องกลุ่มกลุ่มนักร้องเยาวชนอเมริกันที่ประสบความสำเร็จในการขับร้องบัลลาดเกิดขึ้นจำนวนมากกลุ่ม ในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 20
หมวดอักษร คำศัพท์ คำอ่าน ภาษาต้นตอ คำสะกด
B Bewegt เบอเว้กท (เยอรมัน) เบอเว้กท
คำอธิบาย

มีชีวิตชีวา

ทำให้มีชีวิตชีวา

หมวดอักษร คำศัพท์ คำอ่าน ภาษาต้นตอ คำสะกด
U Upper tetrachord อั๊พเพอร เท้ททราคอรด (อังกฤษ) อั๊พเพอร เท้ททราคอรด
คำอธิบาย

เททราคอร์ดบน

หมายถึงโน้ตเรียงสี่คือโน้ต 4 ตัวเรียงอักษร ที่ใช้เป็นส่วนบนของโน้ตในอนุกรมของ1 ช่วงคู่ 8 ในกุญแจเสียงต่างๆ  ตัวอย่างเช่น:

1.C D E F เป็นเททราคอร์ดบนของอนุกรมเสียงในกุญแจF Major ซึ่งใน1ช่วงคู่ 8 ประกอบด้วยเสียง F G A B / C D E F

2.G A B Cเป็นเททราคอร์ดบนของอนุกรมเสียงในกุญแจ C Major ซึ่งใน1 ช่วงคู่ 8 ประกอบด้วยเสียงC D E F/ G A B C

จากตัวอย่างข้างบนเรียกโน้ต 4 ตัวแรกว่า Lower tretrachord โลเวอร์ เททราคอร์ดแปลว่า เททราคอร์ดล่าง